2007/Nov/14

+

...หากจะจัดอันดับหนังที่ประทับจิตและติดอยู่ในหัวแบบรายปี  หนังเรื่องนี้คือที่สุดของปีนี้ที่ผมได้ดูมา...

+

+

เปิดเอนทรี่ยกยอปอปั้นกันออกนอกหน้าขนาดนี้  แต่กลับคิดไม่ออกแฮะว่าจะพิมพ์อะไรต่อไปให้คนอ่านรู้สึกถึงไอ้สิ่งที่เขียนไว้เป็นประโยคแรก  เพราะช่วงนี้นอนน้อยไปหน่อย  บวกเข้ากับอาการอกหักรักคุด  จึงส่งผลให้สมองน้อย ๆ ของ "ไอ้ลิงหน้าหื่นหนักร่วมร้อยกิโล" แบบผมทำงานช้าไปโดยที่เจ้าตัวมิต้องการ  เพราะงั้นหากการลำดับตัวอักษรในเอนทรี่นี้จะทำให้ใครอ่านไปงงไป  ก็ต้องกล่าวขออภัย  และขอบอกว่า "สมน้ำหน้า  อยากมาอ่านเองทำไม"

เอาล่ะ...ก่อนจะหลุดอะไร ๆ ที่สร้างความเกลียดชังมากไปกว่านี้  มาเข้าเรื่องของวันนี้กันดีกว่า

+

Memories Of Mutsuko

ประโยคคำถาม : ฮ่า ๆ ๆ  เห็นหน้าไอ้เด็กด้านบนนี่ไหมล่ะ  รู้เปล่า...ว่ามันทำหน้าอย่างนี้จนโตเลยนะ  แล้วรู้ไหม  ว่าเพราะอะไรมันถึงทำหน้าแบบนี้??

ประโยคคำตอบ : เพราะพ่อที่มันรักซึ่งเหนื่อยทั้งกายและใจจากการดูแลน้อยสาวที่ป่วยมาตั้งแต่เกิดของมันไงล่ะ  เพราะพ่อมันไม่ร่าเริง  ไม่ยิ้ม  ไม่หัวเราะ  เอาแต่ทำหน้านิ่ง ๆ บื้อ ๆ ไปวัน ๆ  หนูน้อยที่เห็นว่าตลกบนเวทีทำหน้าแบบนี้แล้วคนหัวเราะเลยเลียนแบบ -- ผลนะหรือ  พ่อมันก็หัวเราะน่ะสิ  ก็เลยต้องทำต่อไปจนติดเป็นนิสัยให้พ่อหัวเราะออกมาให้ได้

+

บทหนังเรื่องนี้หลัก ๆ แล้วไม่มีอะไรมากไปกว่าการเล่าถึงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อมัทสึโกะ  ผ่านปากของผู้เกี่ยวข้องกับเธอคนแล้วคนเล่า  ตัดไปตัดมาสลับระหว่างเหตุการณ์ในอดีตกับสิ่งที่เกิดอยู่ในโลกปัจจุบัน  แต่ที่ไม่ธรรมดาจนทำให้ผมถึงขั้นเสียน้ำตาไปหลายรอบ  นั้นคือความรันทดและการพยายามจะมีความสุขของเธอผู้นี้

เริ่มจากเด็กหญิงตัวน้อยที่ชอบไปยืนร้องเพลงอยู่ริมแม่น้ำ  ที่โตขึ้นมาเป็นครูสอนขับร้องในโรงเรียนมัธยม  เกิดการเข้าใจผิดจากความปรารถนาดีของตัวเองจนทำให้ต้องลาออก  มีความรักกับนักเขียนตกยากที่ตบตีและทำร้ายร่างกายเธออยู่อย่างสม่ำเสมอ  ก่อนจะจบเรื่องด้วยการตายลงต่อหน้าให้เธอเห็น  การตกเป็นเมียน้อยของคู่แข่งสามีคนแรก  และจบที่การถูกทอดทิ้ง  เป็นหมอนวดที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพ  ก่อนจะตกต่ำและไม่เป็นที่ต้องการจนถูกไล่ออก  ฆ่าคนตาย  พยายามฆ่าตัวตาย  หนีคดี  พบรัก  ติดคุก  และอกหักเมื่อพบว่าชายที่ตัวเองหวังจะใช้ชีวิตเมื่อออกจากกรงขังมีลูกมีเมียไปเรียบร้อย  เป็นช่างตัดผม  พบรักกับศิษย์เก่าที่เป็นยากูซ่าและเป็นต้นเหตุของการต้องออกจากการเป็นครู  ลาออกจากการเป็นช่างเพื่อมาเป็นเมียของยากูซ่าเต็มตัว  หนีตาย  ขาเป๋  ผัวติดคุก  รอผัว  และถูกมันต่อยปากแตกเมื่อวันไปรับมันออกจากคุก  จนสุดท้ายก็ละทิ้งชีวิตด้วยการอยู่มันไปวัน ๆ จะตายก็ไม่ตาย  ก่อนจะหันไปบ้านักร้องบอยแบรนด์เหมือนที่ไอ้เด็กสมัยนี้บ้ากัน  อกหักจากบอยแบรนด์เพราะมันไม่ตอบจดหมาย  เจอเพื่อเก่ายื่นความช่วยเหลือ  ยอมรับตัวเอง  แต่ถูกทำร้ายจนตายก่อนจะได้มีความสุข

ระหว่างทางที่เธอเผชิญ  พ่อเธอตาย  โดยทิ้งไดอารี่ที่มีข้อความลงท้ายประโยคของทุกวันตั้งแต่เธอออกจากบ้านมาว่า "ไม่มีข่าวจากมัทสึโกะ"  แล้วหลังจากนั้นน้องก็ตาย  โดยข้อความสุดท้ายจากปากคือ  "ยินดีต้อนรับค่ะพี่สาว"  ครอบครัวที่รักเธอจากไปสองคนโดยที่เธอเองคิดว่าส่วนหนึ่งของการตายมาจากเธอ  และเป็นการตอกย้ำอย่างดีเมื่อน้องชายเชี่ย ๆ ที่พร่ำแต่ขับไล่ไสส่งเมื่อเจอหน้า  บอกว่าเธอคือคนที่ทำให้ครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

หากทนอ่านตัวหนังสือยึบยับข้างบนได้หมด  เชื่อแน่ว่าถึงบรรทัดนี้คงจะคิดกันแล้วว่าไอ้หนึ่งเรื่องนี้คงรันทดสุดหัวใจ...แต่เปล่าเลย  หนังเรื่องนี้ไม่สร้างมาเพื่อให้คุณฟูมฟายเป็นเผ่าเต่า  แต่จะค่อย ๆ ปล่อยคุณให้ละเมียดไปกับเรื่องราวของชีวิตหญิงนางนี้  ถึงขนาดที่บางฉากผมกำลังจะตั้งท่าร้องแบบเอาตาย  แต่กลับร้องไม่ออกเพราะถูกตัวหนังมันเบรกด้วยมุกสร้างเสียงหัวเราะ  ออกแนวกระตุก ๆ เป็นช่วง ๆ  ก่อนจะซัดให้ตายไปเลยเมื่อตอนจบส่งท้าย  สมใจผู้กำกับ (และสมใจผมที่ได้ร้องสุดแรงซะที) 

ในเรื่องของภาพและสีสันอันจัดจ้าน  พร้อมฉากที่ดูวิ๊ง ๆ เกินจริงของหนังเรื่องนี้  บวกกับเพลงประกอบที่มาได้ถูกจังหวะจะโคนและเพราะไปตามอารมณ์ของช่วงตอนนั้น ๆ  ยิ่งส่งให้หนังเรื่องนี้มีความแตกต่างและสร้างสรรค์ถูกใจผมเป็นที่สุด  แล้วยังเรื่องการลำดับภาพนั่นอีกล่ะ  ที่ทำให้รู้สึกร่วมไปกับหนังและเล่าเรื่องอันแสนรันทดนี้ได้อย่างลงตัว  จนผมเร่า ๆ จะกลับกรุงเทพฯเพื่อไปหาหนังของผู้กำกับรายนี้มาดูอีกเยอะ ๆ  โดยยังไม่รู้ว่าตกลงผู้กำกับคนนี้ชื่ออะไร

การเดินทางที่ยาวนานของมัทสึโกะ  จบลงเมื่อเธออายุ 50 กว่า ๆ  ท่ามกลางดอกไม้เล็ก ๆ กระจุกหนึ่งบนผืนหญ้าสีเขียวแผ่กว้าง  ผีเสื้อสีขาวตัวน้อยโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ระยับไปด้วยดวงดาว  และสุดท้าย...

...เธอได้กลับบ้านของเธอ...

+

+

+

+

+

+

+

ปล.1 ใครอยากดูหนังเรื่องนี้  รวมถึงแหล่งซื้อหนังดี ๆ อีกหลายเรื่องก็บอกมา  จะพาไปซื้อ

ปล.2 ..................................................................................................................

+

Comment

Comment:

Tweet


หวัดดีค่า ไปลอยกระทงที่ไหนคะ confused smile
#15 by โยโย่ (125.24.59.131) At 2007-11-28 09:30,
อยากดูบ้างอ่ะ จะหาดูได้จากไหนอ่ะครับembarrassed embarrassed
#14 by karaveak At 2007-11-27 09:40,
อยากดู : D
จำเราได้ป่าวเนี่ยไม่ได้เข้ามาน๊านมากๆๆ
#13 by thirdplace3 :)) At 2007-11-25 21:27,
พาไปซื้อหน่อยสิค้า

อยากดูเกิ้น
#12 by Sailisally At 2007-11-25 18:13,
ตอนแรกที่เข้ามาฉายในบ้านเราก็ไม่ได้ไปดูเพราะว่ามีแบบจำกัดโรงฉาย ได้ยินมาว่าเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลยน่ะ ต้องไปหามาดูแล้วละ
big smile
#11 by earth At 2007-11-19 16:24,
แวะมาทักทายพี่หนุ่มค๊าบบบบ ปกติไม่ค่อยดูหนังญี่ปุ่นเท่าไหร่อ่ะครับ
#10 by นู๋เป๋อ..เป๋อ At 2007-11-19 08:25,
สวัสดีครับ เอา tag ทำดีเพื่อพ่อมาฝาก
http://ballboro.exteen.com/20071116/tag
#9 by ballboro At 2007-11-16 11:32,
เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไปอ่ะนะquestion
#8 by นายบวก At 2007-11-15 13:07,
ได้ดูแล้วค่ะ ชอบมากๆ เป็นหนังติดอันดับประทับใจที่เอามาดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
สื่อออกมาได้โดยดีและไม่ทำให้เครียดทั้งที่เป็นหนังชีวิตออกแนวรันทด
#7 by Ms Santa Claus At 2007-11-15 12:05,
ชอบๆมัสซึโกะเหมือนกัน
เป็นหนังที่ขัดแย้งในตัวเองที่สุด
บางฉากร่ำๆจะซึ้ง แล้วก็หลุดมาขำซะอย่างนั้น

เสียดายที่ของเราเค้าไม่แปลเพลงให้ เลยเก็บสารไม่ครบ
#6 by The Flaneur At 2007-11-15 01:46,
โยวท่าน

มีเวลาดูหนังด้วยนะครับ

น่าอิจฉาจริงๆเลย sad smile


.....

งานภาพพาฝันมาก

งานเหวอๆๆแบบนี้ โดนครับ confused smile
#5 by 8anana7 At 2007-11-15 00:52,
อยากดูอย่างมากครับ ตั้งแต่ตอนที่เข้าโรง แต่ไม่มีเวลาไปดูแล้ว

เข้าใจและอ่านมาว่าเป็นหนังน้ำเน่าแบบจงใจ แต่พอมาอ่านบล็อกของคุณหนุ่มแล้วก็เห็นภาพมากขึ้น

อยากดูๆ
#4 by มาสเตอร์แชมป์ At 2007-11-15 00:01,
ท่าทางสีสันจะจัดจ้านอย่างที่ว่าจริงๆแหะ
กลัวดูแล้วอิน sad smile
#3 by Temp At 2007-11-14 22:01,
เห็นแว้บๆในพันทิปเหมือนกัน เห็นว่าหนังดี...แต่กลัวใจตัวเองจัง ดูแล้วจะอินหนักขนาดไหนนะsad smile
ขอบคุณที่แนะนำหนังดีๆให้นะค้า
เห็นเค้าว่าเย็นๆแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
#2 by Asana Fay At 2007-11-14 18:31,
แค่อ่าน ที่ คุณเล่ามา ผม ก็ ทําใจ ที่จะดูไม่ได้ แล้วครับ

มัน น่าเศร้า เกิน
#1 by riddler At 2007-11-14 16:39,

หนุ่ม
View full profile