หายหัวไปหลายวัน ก่อนจะกลับมาอัพเอนทรี่ส่งท้ายปีกันอีกสักหนพร้อมเปลี่ยนธีมบล็อกใหม่อีกสักรอบ เพราะงั้นหากใครเคยเข้ามาแล้วหนนี้ยังเห็นเป็นแบบเก่าก็รบกวนกดปุ่ม F5 สักหนึ่งทีนะครับ จะได้เห็นภาพหัวบล็อกใหม่กับสีใหม่ของบล็อก ที่แม้จะไม่ได้สวยโดดเด่นแต่เจ้าของบล็อกก็ภูมิใจนำเสนอครับ
ในช่วงก่อนหน้านี้ ผมมีเรื่องไม่สบายใจหลายอย่างที่เกี่ยวกับทั้งตัวเองและคนรอบข้างเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา นอนไม่หลับ งานไม่เดิน สุขภาพย่ำแย่ สภาพจิตเสื่อม จนถึงขั้นอ้วกออกมาบ่อยครั้งเวลาเครียด ๆ จนทำเอาคิดไปเองว่าสงสัยช่วงวัยจะล่วงเข้า 27 มันไม่ใช่ปีของผมซะแล้ว แต่เมื่อผ่านมาได้สักพัก ไอ้เจ้าปัญหาต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะมีทางออกของมันเอง จากที่คิดซะจนวุ่นวาย แต่เอาเข้าจริงหากตั้งสติสักนิด ลองมองปัญหาให้ดีแล้วหาทางแก้ด้วยความสงบอีกสักหน่อย คิดว่าสมองผมคงไม่ต้องทำงานหนักมากนัก แถมบางปัญหาที่หาทางแก้ไม่ได้จริง ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่หนักหนาสาหัสจนทนแทบไม่ไหวเหมือนตอนเกิดเหตุสด ๆ ร้อน ๆ เพราะงั้นหนหน้าหากเจอปัญหาหลาย ๆ เรื่องสุมเข้ามาพร้อมกัน ผมคงต้องนั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้อารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านมันสงบลงสักนิด แล้วถึงค่อยยกเอาปัญหาที่เจอขึ้นมามองมันทีละเรื่อง -- เหตุคราวนี้ที่เกิดขึ้น จึงถือเป็นประสบการณ์ดี ๆ ที่จะเอาไปใช้เตือนตัวเองได้อีกหลาย ๆ หนในคราวต่อ ๆ ไปครับ (รอดมาได้แถมเลเวลอัพว่างั้นเถอะ)
+
ใกล้ปีใหม่แบบนี้ บล็อก exteen เขามีของเล่นใหม่รับต้นปี นั่นคือการส่งการ์ดอวยพรปีใหม่แบบที่ต้องลงมือวาดเองไปหากัน เลยอยากจะโม้ว่าผมเองก็ได้การ์ดกับเขาด้วยสองใบแน่ะ ด้วยความเห่อเลยอดไม่ได้ต้องเอามาอวดกันสักเล็กน้อย เพราะผมถือว่าสิ่งที่ได้รับจากเพื่อนบล็อกข้าง ๆ ทั้งสองท่านคือกำลังใจเล็ก ๆ ส่งท้ายปีนี้และต้อนรับปีใหม่เป็นอย่างดี ขอบคุณที่คิดถึงกันครับ เดี๋ยวหลังอัพเอนทรี่นี้เสร็จจะเริ่มลงมือขีด ๆ เขียน ๆ บ้างล่ะ คอยรับแล้วกันเนอะ
ใบแรก -- ของหนูหมี หรือน้องน้ำตาล สาวน้อยตัวใหญ่ที่มีความสามารถในด้านการถ่ายภาพยอดเยี่ยม เทพหมีคือนักเขียนที่มีความสามารถในการลำดับและใช้คำได้ดีมาก ๆ อีกคนหนึ่ง (พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเอง จากการอ่านข้อเขียนผ่านหน้าบล็อกและยืนแอบอ่านหนังสือของเธอตามร้านหนังสือหลาย ๆ ร้านและหลาย ๆ ครั้ง
) เป็นคนรุ่นใหม่ที่ผมทำนายว่าจะมีอนาคตไกลในวงการหนังสือเมืองไทยแน่ ๆ หากเธอไม่หันหัวเปลี่ยนทิศไปเป็นตากล้องหรือทำอย่างอื่นซะก่อนนะ ใครอยากรู้จักเธอ ตามไปดูได้ที่บล็อกนี้ครับ -- http://shakri.exteen.com/
ใบที่สอง -- จาก mastermune เพื่อนร่วมบล็อกที่ใช้คอลัมน์ร่วมกัน แม้จะไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว จะมีก็แค่ทักทายกันผ่านทางกล่องคอมเม้นต์หน้าบล็อก และส่ง ems หากันเพื่อขอความรู้กับข้อมูลเขียนงานยามที่ผมอับจนหนทางไปต่อ แต่ก็ยังอุตส่าห์น่ารักนึกถึงกัน อยากจะบอกว่า "ผมเคยเห็นชื่อท่านผ่านเว็บบอร์ดที่อื่น ๆ มาก่อนหน้านี้แล้วนะครับ" เพียงแต่อาศัยอ่านเอาอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้ถามตอบอะไรกับใครเขา เลยดีใจมากที่ได้รู้จักและเขียนคอลัมน์เดียวกันกับคนเก่ง ๆ แบบท่านครับ -- รายนี้ถือเป็นอีกคนที่มีความสามารถมาก ๆ ในด้านการตีความเรื่องราวในเกม และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเทวะตำนานและตำนานโบราณต่าง ๆ เยอะแยะพอดู จนทำเอาทึ่งไปเลยทุกครั้งที่ได้อ่านงานของเขาคนนี้ครับ ตามไปดูบล็อกผู้รอบรู้รายนี้ได้ที่ -- http://mastermune.exteen.com/
และนอกจากการ์ดสองใบที่เป็นหนึ่งในกำลังใจเล็ก ๆ นี้แล้ว วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังสือ ที่คงจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้ใครก็ตามที่ได้อ่านทิ้งท้ายปีนี้ไว้อีกหนึ่งเล่มครับ ซึ่งอันที่จริงหนังสือเล่มนี้ผมได้มาไว้ในครอบครองนานแล้วล่ะ แต่ไม่ได้อ่านสักที เพราะสำหรับผม หนังสือเล่มอื่นที่มีเนื้อความไม่จริงจังนักมักมาเป็นอันดับต้น ๆ ในลำดับหน้า - หลังของหนังสือที่ซื้อมาตุนไว้ แต่อาจเพราะจิตตกพอดู และหนังสือเล่มล่าสุดที่อ่านค้างไว้จบลงพอดี เลยได้โอกาสไปรื้อตู้ค้นหนังสือมาอ่านอีกสักเล่มกันว่างมากจนฟุ้งซ่าน หนังสือเล่มนี้เลยได้ฤกษ์เปิดอ่านเป็นเล่มล่าสุดนี่ล่ะครับ
ครั้งแรกที่เห็น ผมนึกว่าเป็นนิยายเล่าขานชีวิตบัดซบให้ได้อ่านไปเวทนาไปซะอีก แต่พอลองอ่าน ๆ คำโปรยดูทั้งหน้าและหลัง ถึงได้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้คือหนังสือจำพวกชีวประวัติบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่จำพวกที่ผมไม่นิยมและอยากได้มาไว้ในครอบครองเท่าไหร่นัก แต่เพราะกู๋ผมเขาจะอ่าน ก็เลยซื้อมาตามรีเควสของท่านเท่านั้นเองจริง ๆ (และถึงตอนนี้ดูเหมือนกู๋ก็ยังไม่ได้อ่านแฮะ นิสัยเหมือนกันเลยทั้งคู่)
เนื้อความไม่ขอเล่าครับ แต่อยากให้หามาอ่านกันเอง ส่วนผม...อ่านแล้วก็ให้นึกได้ว่าความลำบากสร้างคน ปัญหาและอุปสรรคคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เราเข้มแข็ง หนังสือเล่มนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็ก ๆ อีกชิ้นในปลายปีนี้ ที่ดูจะมีผลให้ความมุ่งมั่นมันตั้งเด่ขึ้นมาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มันอ่อนยวบยาบอยู่มากโข และเพราะคนรอบข้าง คนข้างตัว และเค้กวันเกิดก้อนสวย (ที่ผมเพิ่งเป่าไปวันนี้ ล่วงหน้าก่อนวันเกิดหนึ่งวัน) รวมถึงอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกหลาย ๆ สิ่ง ที่รวม ๆ กันแล้วถือเป็นกำลังใจก้อนใหญ่ ที่ทำให้ปัญหาของผมกลายเป็นเรื่องขำ ๆ ส่งท้ายอายุ 26 ไปซะอย่างนั้น ตอนนี้จึงสดชื่นสดใสต้อนรับปีใหม่อย่างหน้าชื่นตาบานได้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณทุกอย่างรอบตัว...และเจอกันใหม่ปีหน้าครับ
"สวัสดีปีใหม่ครับผม"
+
+
+
+




