ช่วงนี้ทั้งป่วยทั้งยุ่ง อีกทั้งแถวถิ่นที่อยู่ฝนตกกระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตาอีก อากาศเลยไม่ค่อยดีและชวนสลดหดหู่ตามความหมองมัวของท้องฟ้าไปด้วย จากที่ขี้เกียจอยู่แล้วเลยพาลขี้เกียจหนักเข้าไปอีกหลายเท่า เพราะงั้นหากเอนทรี่นี่มั่วๆ งงๆ ก็คงต้องโทษท้องฟ้าล่ะนะ
+
เหตุที่เอนทรี่นี้ตั้งชือว่า "กระบองไฟ" เพราะช่วงนี้ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับการฝึกซ้อมการแสดงของหน่วยงานบางหน่วย ซึ่งต้องเข้าร่วมงานที่จะจัดเป็นประจำทุกปี และเพราะธีมงานปีนี้ที่ได้รับโจทย์มาคือฮาวาย ซึ่งทีแรกลีดเดอร์ของงานนี้ท่านคิดง่าย กะจะเอาระบำฮาวายเข้าสู้ แต่คิดไปคิดมามันดูสิ้นคิดไปหน่อย อาจจะไปซ้ำเข้ากับผู้อื่นเอาได้ง่ายๆ อย่ากระนั้นเลย เอานี่ล่ะ - ระบำกระบองไฟ - กรรมทั้งหลายจากความคิดอันนี้เลยไปตกอยู่กับนักแสดง ที่หลายๆ คนหลวมตัวมารับงานนี้โดยไม่รู้ตัวว่าอาจถูกย่างสดเอาได้ง่ายๆ -- ส่วนผมน่ะหรือ...เหมือนเดิม หน้าที่ประจำคือเพลงประกอบกับถ่ายภาพกิจกรรม (แต่ปีนี้ช่วงแสดงจริงไม่เสนอหน้าไปกับเขาแฮะ เพราะขี้เกียจจัด) เพราะงั้นภาพที่ลงในเอนทรี่นี้จึงเป็นภาพเบื้องหลังการซ้อมล้วนๆ ก่อนการแสดงจริงหนึ่งวัน
และด้วยอภิสิทธิ์ตากล้อง เลยแอบเอารูปที่ได้มาอัพบล็อกซะเลยแบบไม่ทันได้บอกใคร (แต่เอาตัวรอด อัพรูปง่ายๆ ไปได้อีกหนึ่งเอนทรี่)
+
แถมท้ายก่อนปิดเอนทรี่ ด้วยภาพเบื้องหลังการซ้อมหนักก่อนฟ้ามืดและการจุดไฟ ที่ดูออกจะทุลักทุเลเล็กน้อยด้วยเวลานั้นมีจำกัด และเพราะหน้าที่ในความรับผิดชอบของแต่ล่ะคนก็ทำให้ว่างมาซ้อมได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ด้วยว่านักแสดงตั้งใจกันเต็มร้อยทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง (ที่เกือบทุกคน ถูกกระบองที่ไฟลุกโชนฟาดเอาอยู่หลายหน) รำกระบองไฟหนนี้เลยออกมาค่อนข้างสมบูรณ์ เหลืออยู่อย่างเดียว คือตอนแสดงจริงจะไม่พลาดไปทำไฟไหม้ใครเข้า -- ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่ค่อยจะแน่ใจนัก เพราะอย่างว่าล่ะครับ...
เกือบทุกคนที่ขึ้นแสดงหนนี้เป็นมือใหม่ (หัดเล่นกับไฟ) ล้วนๆ เลย
+
+
+
+
+
+
ปล. ตอนแสดงจริง ผมคงนั่งลุ้นฟังผลงานทางโทรศัพท์ เพราะไม่ไปกับเขาด้วย (แต่อยากรู้)
+



